ผมชอบการเล่นของนักปิงปองญี่ปุ่นนะครับ เพราะตีแบบใช้ความเห็น ประโยคที่ว่า “ใช้ความเห็น” นั้นผมเอามาจากตอนที่รุ่นน้องคนหนึ่งเขาพูดถึงการเล่นหมากรุก/หมากฮอต คือบางคนจะเดินไปก่อนแล้วใช้ความเห็นความคิดว่าเบี้ยตัวนั้นผูกไว้กับตัวนี้ ดูว่าคู่ต่อสู้เดินมาอย่างไรแล้วเราต้องเดินอย่างไร กับผู้เล่นอีกแบบหนึ่งคือเล่นตามสูตร เดินขึ้นตามสูตรตลอดถ้าผู้เล่นสามารถจำสูตรและตาเดินได้ทุกตา ก็ไม่มีทางแพ้ คือผลลัทธ์มีอยู่ 2 อย่างคือชนะกับเสมอ การเล่นปิงปองก็เหมือนกัน นักปิงปองญี่ปุ่นจะเล่นแบบใช้ความเห็น สร้างสรรค์ มีลูกใหม่ๆตีไปยังจุดต่างๆ ในขณะที่ผู้เล่นจีนจะเล่นตามสูตรเสิร์ฟอย่างนี้แล้วตีตามด้วยลูกนี้ถ้าคู่ต่อสู้ตีมาลูกนี้เขาจะต้องตีไปด้วยลูกนั้นด้วยความหมุนเท่านี้ แต่อย่างที่บอกก็คือว่าถ้าผู้เล่นแบบเล่นตามสูตรเมื่อฝึกฝนอย่างหนักเพียงพอและรู้ว่าจะต้องตีลูกที่คู่ต่อสู้ตีมากลับไปอย่างไร โอกาสชนะจะสูงกว่า เพราะผู้เล่นแบบใช้ความเห็นตีลูกแปลกๆ ก็อาจไม่รู้ว่าลูกที่กลับมาจะเป็นอย่างไร ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนของผู้เล่นแบบเล่นตามสูตรก็คือ Wang Hao แกเสิร์ฟอยูท่าเดียวแน่นอนว่าความหมุนและลักษณะการหมุนของลูกต่างกันแต่ต้องเรียกว่า Wang Hao ไม่ได้เสิร์ฟแบบกินลูกเสิร์ฟแต่เสิร์ฟสั้นๆให้คู่ต่อสู้ตีกลับมาหาแล้วจึงโจมตีด้วยลูกหมุนในไม้ที่ 3, 5, 7, ………จากการที่ Wang Hao ตีบ่อยๆทำให้รู้ว่าลูกที่กลับมาหานั้นจะหมุนอย่างไรแล้วต้องตีกลับไปอย่างไรให้ได้แต้ม ผมเคยมีโอกาสได้ไปเล่นคู่กับ หม่า จิง หยวน ที่ปิงปองจีนที่มาเรียนอยู่ในเมืองไทย ผมรู้สึกได้ว่าเขาตีตามสูตรเลยว่าถ้าลูกหมุนมาแบบนี้เขาต้องตีแบบนี้ คู่ต่อสูเสิร์ฟมาแบบนี้เขาเขี่ยแบบนี้ลงทุกลูก พอเจอคู่ต่อสู้ที่เป็นเม็ดยาว ผมเสิร์ฟลูกไม่มีน้ำหนักไปเพราะกลัวว่าลูกจะกลับมากินฝ่ายเราเอง หม่า กลับเล่นต่อไม่ได้เขาจึงบอกให้ผมเสิร์ฟหมุนยาวด้วย forehand พอลูกจากเม็ดยาวกลับมามันจะหนักนิดๆพอดีให้หม่าชัดหาย ครับการตีปิงปองเป็นเรื่องของการรู้กับไม่รู้เล่นมากรู้มากมีคนสอน (ที่มีคุณภาพ) ก็รู้เร็วขึ้น ตีเองก็ต้องนานหน่อย อย่างที่ Liu Guoliang บอกว่าทำไม Ma Long จึงชนะ Zhang Jike เป็นเพราะว่า Ma Long อ่านชนิดความหมุนของลูกได้มากกว่า (อ่านเนื่้อหาเก่า)
วันนี้เรามาเรียนรู้เทคนิคการเล่นของ Jun Mizutani ผ่านแฟ้มประวัติของเขาดู แน่นอนผมฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกแต่ด้วยประสบการณ์ก็พอจะสามารถหาประโยชน์จากการดูได้ไม่มากก็น้อย
จากคลิป
1. ณ เวลา 7.44 ลูกเสิร์ฟกระโดดขานเส้นฝ่ายตรงข้ามยืนอยู่อีกมุมนหนึ่งจึงเคลื่อนตัวไปตีไม่ทัน
2. ณ เวลา 7.55 ลูกเสิร์ฟหนักยาวแต่หลอกหน้าไม้ว่าตีลูกเบา คู่ต่อสู้รับติดเน็ต
3. ณ เวลา 8.17 ลูกเสิร์ฟปั่นข้างยาวเลี้ยวหนีมือคู่ต่อสู้
4. ณ เวลา 9.02 ลูกเสิร์ฟปั่นยาวหลังลูก ลูกกระโดดเข้าตัวแต่ไม่เลี้ยว แต่ทั้งนั้นท่าทางการเสิร์ฟต้องเหมือนกับลูกเสิร์ฟที่ 3 ณ เวลา 8.17 คู่ต่อสู้จึงจะจับทางไม่ได้ ลูกนี้คู่ต่อสู้อ่านความหมุนไม่ถูกต้องเพราะลูกหมุนขึ้นกว่าที่คิด ลูกจึงออก
5. ณ 9.33 หลอกว่าจะแตะตัดแต่เปลี่ยนเป็นเขี่ย
6. ณ เวลา 9.56 Top spin หลอก (โดยทำท่าหลอกว่าลูกหมุนมาก แต่จริงๆแล้วไม่ได้ตีชนลูกอย่างเต็มที่แต่เบี่ยงแรงไปด้านบน)) ดูให้ดีนี่คือลูกเด่นของ Jun ซึ่งจะเห็นว่าเป็นลูกทีเด็ดที่ทำให้ชนะ Wang Liqin ของจีนได้
7. ณ เวลา 12.20 ลูกเสิร์ฟผีสิงของ Jun ออกฤทธิ์ 2 ลูกรวด คู่ต่อสู้รับติดเน็ต
8. ณ เวลา 14.20 ลูก Top spin หลอกได้ผลอีกครั้ง
9. เมื่อ Jun เจอกับ Wang Liqin ในเกมส์แรก Jun ตีสู้กับ Wang Liqin แต่ค้นพบว่าอัดกันด้วยแรงกับแรงสู้ไม่ได้ เมื่อเริ่มเกมส์ 2 Jun ใฃ้ลูก Top spin หลอก ณ เวลา 37.30, 37.80, 38.20 และลูกสุดท้าย ณ เวลา 39.08 จะเห็นว่า match นี้ Jun ได้คะแนนจากลูก Top spin หลอกไปได้ถึง 4 ลูกเป็นอย่างน้อย
นี่เป็นเทคนิคของ Jun ที่ผมพอจะสังเกตได้จากการดู ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นกับประสบการณ์ในการเล่นปิงปอง หากเป็นคนที่เล่นเก่งมากๆ อาจจะเห็นมากกว่าที่ผมเห็นหลายจุด

