การเอาชนะทีมจีนเป็นเรื่องที่ยาก
ผลจากการฝึกซ้อมที่หนัก นี้ทำให้ทีมจีนมีร่างกายและพละกำลังที่ดี มีเบสิกการตีที่ดีที่สุด มีการเสิร์ฟและการรับลูกเสิร์ฟที่ดีที่สุด พวกเขามักจะมีเทคนิคและกลยุทธที่ดีที่สุด มีผู้เล่นมากมายที่รอเข้ามาแทนที่หากผู้เล่นปัจจุบันล้มเหลว แล้วประเทศอื่นๆจะเอาชนะจีนได้อย่างไร โดยพื้นฐานแล้วมีอยู่สองอย่างคืออย่างแรกเลียนแบบจุดแข็งของจีน อย่างที่สองคือพัฒนาเทคนิคใหม่ๆขึ้นมาเอง
Training
ทีมจีนฝึกร่วมกันเกือบปี ในขณะที่ทีมของประเทศอื่นมีน้อยประเทศมากที่จะทำอย่างนี้ ทีมในประเทศยโรุปส่วนใหญ่จะฝึกร่วมกัน 2-3 ครั้งต่อปี ผู้เล่นส่วนมากเล่นในลีกต่างๆซึ่งก็ฝึกร่วมกันเพื่อนร่วมทีมในลีกนั้นๆ ในยุโรปหลายๆประเทศจะมีการฝึกทีมร่วมกันแบบทีเรียกว่า Super Camps ก่อนที่จะมีการแข่งขันรายการใหญ่ๆ แต่ก็เป็นช่วงเวลาเพียง 2-3 สัปดาห์เท่านั้นต่อปี ไม่สามารถเทียบได้กบทีมจีนที่ฝึกกันแบบ full time ตลอดทั้งปี ถ้าจะแข่งกับจีนประเทศอื่นๆควรที่จะร่วมซ้อมกันทั้งปี ไม่ใช่เพียงแค่ 2-3 สัปดาห์ก่อนแข่ง ร่วมกับการแข่งในลีกและ ITTF Pro Tour วิธีหนึ่งที่จะทำได้คือให้ทีมทั้งหมดซ้อมร่วมกันใกล้กับที่มีการแข่งลีก ไม่เช่นนั้นแล้วผู้เล่นที่เก่งจะไม่สามารถซ้อมกับผู้เล่นที่เก่งได้
ในช่วงปี 1989 & 1997 ความสำเร็จของ World Champion Jan-Ove Waldner ส่วนหนึ่งก็ได้มาจากการฝึกซ้อมในประเทศจีน ผู้เล่นที่คิดจะแข่งกับจีนก็ควรทำอย่างเดียวกันนี้
เทคนิค
เทคนิคเป็นสิ่งที่เปิดเผย คุณสามารถเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆที่ทันสมัยเพียวแค่คุณดูผู้เล่นที่เก่งๆที่สุดเล่น อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าคุณทำเช่นนั้นคุณจะตามหลังพวกที่พัฒนาเทคนิคเหล่านี้อยู่เป็นปีๆ นี่คือเหตุผลว่าการวางแผนในการฝึกซ้อมและพัฒนาเทคนิคเป็นสิ่งที่สำคัญ ทีมจำเป็นต้องเลียนแบบเทคนิคของผู้เล่นที่เก่งที่สุดของทั้งจีนและที่ไม่ใช่จีนแล้วผสมผสานเข้าเทคนิคของตัวเอง เมื่อ Hungary ชนะจีนในปี 1979 World Team Championships ส่วนมากพวกเขาได้แต้มจากการ return ลูกเสิร์ฟด้วยการเขี่ยและใช้ backhand topspin
Gabor Gergely – Guo Yuehua (2:0) / WTTC 1979
Tibor Klampar – Li Zhenshi (2:0) / WTTC 1979
ในตอนที่สวีเดนชนะจีนในช่วงปี 1990 พวกเขาชนะได้ด้วยการใช้ยางเรียบ shake-hand + กาว speed ทั้งสองกรณีจีนแพ้เพราะเทคนิคชนิดใหม่ อเมริกาเองก็เป็นตัวอย่างที่ดี ในช่วงที่มีฟองน้ำชนิดใหม่ประมาณ 40 ปีที่แล้วมีเพียงผู้เล่น 2 คนที่ได้อันดับโลก top 20 คือ Dan Seemiller (ตอนนี้เป็นดค้ชของอเมริกา) และ Eric Boggan ทั้งสองคนเลียนแบบเทคนิคที่ใหม่ที่สุดของโลกแล้วบวกเข้ากับเทคนิคของตัวเอง ทั้งสองคนจับไม้แบบ “Seemiller” grip ซึ่งคิดค้นโดย Seemiller โดยจะตีโดยใช้ยางด้านเดียวตีทั้ง backhand และ forehand ในขณะที่อีกด้านหนึ่งของไม้จะติดยาง anti แล้วหมุนไม้สลับไปมาระหว่างยางเรียบธรรมดากับยาง anti ในปี 1985 มีผู้เล่นถึง 4 คนจาก 5 คนของทีมอเมริกาใช้การจับไม้แบบนี้ (Dan & Rick Seemiller, Eric Boggan และ Brian Masters, ในขณะที่ผู้เล่นคนที่ 5 Sean O’Neill ใช้จับแบบ shake-hand เทคนิคนี้ทำให้อเมริกาอยู่ในระดับสูงของโลกตลอด 40 ปี นั่นไม่ได้หมายึงว่าผู้เล่นทุกๆประเทศควรจะเลียนแบบการจับไม้แบบ Seemiller แต่มันเป็นการท้าทายทีมจีน ทุกๆประเทศไม่จำเป็นต้องเลียนแบบทีมจีนเสมอไป แต่ควรพัฒนาเทคนิคใหม่ๆขึ้นมาเอง อย่างเช่นที่ทีมสวีเดนและฮังกาเรียนได้ทำ หรืออย่างที่ทีมจีนทำคือเลียนแบบเทคนิคของ Klampar แล้วพัฒนามันให้ดีขึ้น สำหรับประเทศอื่นๆก็สามารถพัฒนาเทคนิคปัจจุบันให้ดีขึ้นได้ เทคนิคใหม่ๆได้เกิดขึ้นแล้วแต่อาจยังไม่มีใครสังเกต ทีมจากยุโรปได้พัฒนาเทคนิคใหม่ขึ้นมาแล้วที่เหนือกว่าจีนคือการตี topspin สวน จีนอาจชนะในตอนเริ่มแรก แต่เมื่อมีการ topspin สวนกันไปมาหรือ ผู้เล่นยุโรผซึ่งฝึกซ้อมการ topspin สวนไปมาอย่างหนักและใช้ยางที่มีฟองน้ำนิ่ม (ฟองน้ำนิ่มตี topspin สวนได้ดีกว่าฟองน้ำแข็ง) จะมีความได้เปรียบ นี่คือบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาควรพัฒนา
สรุป
การแข่งกับจีนในเรื่องปิงปองเป็นเรื่องที่ยาก เหมือนกับประเทศอื่นๆในโลกมาแข่งกับอเมริกาในเรื่องของบาสเกตบอล เมื่อ 2-3 ปีก่อนทีมบาสเกตบอลของอเมริกาดูเหมือนว่าจะไม่มีทางที่ทีมใดในโลกจะเอาชนะได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แล้ว การเอานะจีนในเรื่องปิงปองเป็นเรื่องไม่ง่ายต้องอาศัยการผสมผสานจุดแข็งของจีนเข้ากับจุดแข็งในเรื่องอื่น มันเป็นไปได้หรือ จะทำได้ไหมนั่นเป็นเรื่องที่ต้องรอดูกันต่อไป
Seemiller Grip เป็นอย่างไร ? เป็นดังรูปด้านล่างนี้

จะจับแบบนี้แล้วใช้ด้านแดงนี้ตีทั้ง backhand และ forehand ในขณะที่ด้านหลังยางดำจะติดยาง anti แล้วใช้การหมุนไม้สลับไปมาระหว่างยางเรียบและยาง anti
